ปู นมเปรี้ยว และกล้วย กินร่วมกันได้ ไม่มีพิษ

จากกรณีที่มีการแชร์ในสื่อออนไลน์ เตือนว่า กินปูแล้วห้ามกินนมเปรี้ยวและกินกล้วยทันที จะถูกพิษ มีเด็กที่ส่งไปไม่ถึงโรงพยาบาลเสียชีวิตแล้ว นั้น ไม่จริง 

นางสาววารีทิพย์ พึ่งพันธ์  สำนักโภชนาการ กรมอนามัย ให้ข้อมูลว่า ปู นมเปรี้ยว และกล้วย สามารถกินร่วมกันได้ โดยรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากจนเกินไป และอาหารแต่ละชนิดต้องสะอาด ปลอดภัย ปราศจากการปนเปื้อนของสารพิษและเชื้อก่อโรค    
 
กินอาหารทะเลอย่างไรให้ปลอดภัย ?

  • ควรเลือกซื้อที่สด สะอาด ปราศจากจากการปนเปื้อนของสารพิษและเชื้อก่อโรค เช่น สารฟอร์มาลีน และเชื้ออหิวาต์เทียม (Vibrio parahaemolyticus) 
  • เลือกซื้อจากแหล่งที่มีความน่าถือได้ เช่น ตลาดที่ได้มาตรฐาน  
  • เมื่อซื้ออาหารทะเลมาแล้ว หากไม่กินทันทีควรเก็บใส่ตู้เย็น เพื่อชะลอการเน่าเสีย 
  • ก่อนนำมาปรุงอาหารต้องล้างด้วยน้ำสะอาดหลาย ๆ ครั้ง เพราะฟอร์มาลีนจะถูกชะล้างออกไป เนื่องจากมีคุณสมบัติละลายน้ำได้ดี 
  • เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อนใหม่ ๆ 
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารทะเลดิบ หรือ สุก ๆ ดิบ ๆ 
  • ควรแยกอาหารทะเลที่ปรุงสุกและที่ยังไม่สุกออกจากกัน 

ที่สำคัญยึดหลัก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ลดความเสี่ยงโรคอาหารเป็นพิษ

นมเปรี้ยวและโยเกิร์ต แม้จะมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ควรอ่านฉลากโภชนาการ ดูวันผลิต ดูวันหมดอายุก่อนรับประทานเสมอ 

  •  เลือกรับประทานนมเปรี้ยวและโยเกิร์ตให้เหมาะสมกับสุขภาพ โดยระวังทั้งปริมาณน้ำตาลและไขมัน 
  • โยเกิร์ต ( 1 ถ้วย 135 กรัม) ที่ระบุว่ามีไขมัน 0% อาจมีปริมาณน้ำตาลอยู่ที่ราว ๆ  5-8 กรัม 
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติมีปริมาณน้ำตาล 14-18 กรัม 
  •  โยเกิร์ตรสผลไม้มีปริมาณน้ำตาลประมาณ 18-24 กรัมขึ้นไป 

ข้อแนะนำเกี่ยวกับปริมาณน้ำตาลที่เราบริโภคในแต่ละวัน

  • ไม่ควรเกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม โดยให้คำนึงถึงสุขภาพและโรคประจำตัวของแต่ละบุคคล

ผลไม้เป็นอาหารกลุ่มหนึ่งใน 5 กลุ่มหลักที่ร่างกายควรได้รับทุกวัน เนื่องจากอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินมากมาย อาทิ วิตามินเอ วิตามินซี โพแทสเซียม เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีใยอาหารที่จะช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้อีกด้วย ผลไม้ยังมีรสชาติความหวาน เนื่องมาจากน้ำตาลที่มีในผลไม้ ซึ่งน้ำตาลเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในด้านให้พลังงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลูโคสที่จำเป็นต่อสมอง 

กินน้ำตาลมากเกินไป ส่งผลอย่างไร??

  • ฟันผุ 
  • เป็นโรคอ้วนและสืบเนื่องไปจนถึงโรคเบาหวาน
  • โรคหัวใจและหลอดเลือดได้
  • ควรรับประทานผลไม้ในปริมาณที่พอเหมาะ และมีความหลากหลายของชนิดและสีของผลไม้ 

แนะนำ ควรกินผลไม้ต่อวันประมาณวันละ 3-5 ส่วน หากเลือกทานผลไม้ชนิดหวานมาก ก็ต้องลดปริมาณความหวานในอาหารมื้ออื่น ๆ ด้วย 

กล้วยจัดเป็นผลไม้ขนาดกลาง ถ้าให้รับประทานกล้วย 1 ส่วน โดยได้รับพลังงานจากกล้วยประมาณ 50-60   กิโลแคลอรี ควรรับประทานกล้วยน้ำว้า 1 ผลกลาง หรือกล้วยไข่ 1 ผลกลาง หรือกล้วยหอม ½ ผล
 
 

 ที่มา : - 23/01/2563 จำนวนผู้เข้าชม : 369

ข่าวที่เกี่ยวข้อง