เตือน ! การซื้อขายอาหารที่มีส่วนผสมของกัญชาอาจผิดกฎหมาย

เตือน! การซื้อขายอาหารที่มีส่วนผสมของกัญชาอาจผิดกฎหมาย

✅✅ ย้ำ! กัญชา ใช้ทางการแพทย์เท่านั้น

จากกรณีที่มีข่าวผลิตภัณฑ์เยลลี่ที่มีส่วนผสมของกัญชานั้น

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความเป็นห่วงประชาชนในเรื่องดังกล่าว

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ออกมาเน้นย้ำ กรณีกัญชา หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชา ถือเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย ครอบครอง หรือส่งออก และไม่สามารถซื้อขายผ่านทางออนไลน์ได้

หากพบการนำเข้าไม่ว่าจะนำเข้ามาด้วยตนเอง หรือสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท

ส่วนผู้จำหน่ายและผู้ครอบครอง จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รวมทั้งผู้โฆษณาขายผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชาจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


✅✅ สำหรับการตรวจสอบการนำเข้ามีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวด ตั้งแต่นำเข้าทางช่องทางปกติ การนำติดตัวผู้โดยสารเข้ามาในประเทศ และการสั่งซื้อทางออนไลน์จะมีด่านอาหารและยา และด่านศุลกากรตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพต้องสงสัย

หากพบผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายเนื่องจากมีส่วนผสมของกัญชาจะดำเนินการตามกฎหมาย เพราะในประเทศไทยอนุญาตให้ใช้กัญชาเฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น แต่ต้องสั่งจ่ายยากัญชาในสถานพยาบาล โดยแพทย์ผู้สั่งจ่ายยาได้ต้องเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน หรือแพทย์แผนไทยที่ผ่านการอบรมจากกระทรวงสาธารณสุขมาแล้ว

 เตือนประชาชนผู้บริโภคอย่าสั่งซื้ออาหารหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่อ้างว่ามีส่วนผสมของกัญชาเข้ามาในประเทศไทย เพราะเป็นสิ่งผิดกฎหมายและจะถูกดำเนินคดีทันที

นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ประเทศไทยจัดกัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษ ประเภท 5 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ออกฤทธิ์แบบผสมผสาน ทั้งกระตุ้นประสาทกดประสาท และหลอนประสาท เป็นพืชที่มีสารเคมีเป็นองค์ประกอบอยู่มากกว่า 750 ชนิด

สารสำคัญที่พบมากคือ THC และ CBD ซึ่ง THC เป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและมีฤทธิ์เสพติด เมื่อเสพกัญชาสาร THCจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็วและเข้าสู่สมอง ซึ่งจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-3 นาที และออกฤทธิ์นานถึง 3-5 ชั่วโมง

ปัจจุบันในต่างประเทศนิยมนำสาร THC มาผสมในอาหาร หรือ ขนม เช่น เยลลี่ ลูกอม ช็อกโกแลต ฯลฯ ซึ่งเป็นสินค้าถูกกฎหมายในบางประเทศ

✅✅ สำหรับประเทศไทย กัญชายังเป็นยาเสพติด แต่ได้มีการปรับกฎหมายเพื่อผ่อนปรนให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยเท่านั้น

ดังนั้น การผลิต นำเข้า ครอบครอง หรือใช้สินค้าที่มีส่วนผสมของกัญชาไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด หากไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. จะมีความผิดตามกฎหมาย

นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวว่า เยลลี่กัญชา เป็นที่นิยมในต่างประเทศที่สามารถใช้กัญชาได้อย่างถูกกฎหมายเพื่อนันทนาการ แต่สำหรับประเทศไทยถือว่ายังผิดกฎหมายอยู่ โดยเยลลี่กัญชา หรือ “เยลลี่เมา” มีส่วนผสมหลักคือ กัญชา และมีสาร THC อยู่ในปริมาณที่สูง ซึ่ง THC เป็นสารอันตรายออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและมีฤทธิ์เสพติด

เยลลี่กัญชาออกแบบให้มีสีสันสดใสน่ารับประทาน เป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น เพื่อทำให้ผ่อนคลาย เคลิ้มสุข ล่องลอย ลดอาการเครียด และอารมณ์ดี

 หากรับประทานในปริมาณมาก หรือในผู้ที่ไม่เคยใช้มาก่อนจะมีอาการหัวใจเต้นเร็ว อาเจียน มึนงง ตาพล่า กล้ามเนื้อไม่มีแรงอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

✅✅ นอกจากนี้ กัญชา และ THC ยังมีผสมในอาหารรูปแบบต่างๆ เช่น ลูกอม ช็อกโกแลต คุกกี้ บราวนี่ เป็นต้น หรือแม้กระทั่งในรูปแบบครีมทาผิว หากบริโภคหรือใช้บ่อยครั้งจะทำให้เสพติด ฝากย้ำเตือนกลุ่มวัยรุ่น รวมถึงผู้ที่จะทดลองรับประทานหรือใช้สินค้าที่มีส่วนผสมของกัญชา ให้ตระหนักถึงอันตรายและผลกระทบต่อตนเองให้มาก

  • หากประสบปัญหาเกี่ยวยาและสารเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่
  • สายด่วนยาเสพติด 1165

สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่

  • โรงพยาบาลธัญญารักษ์ เชียงใหม่
  • โรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน
  • โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น
  • โรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี
  • โรงพยาบาลธัญญารักษ์ สงขลา
  • โรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmindat.go.th

 ที่มา : - 25/11/2562 จำนวนผู้เข้าชม : 214

ข่าวที่เกี่ยวข้อง