1 พ.ย. นี้ เตรียมเปิดศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti Fake News Center)

เตรียมเปิดศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti Fake News Center)1 พ.ย.62

✅✅ วันนี้ (29 ต.ค. 62) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)  รายงานการดำเนินงานศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เพื่อเตรียมเปิดตัว ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) ในวันที่ 1 พ.ย.  นี้  ที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

นายพุทธิพงษ์ แถลงว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ได้รับมอบนโยบายจากรัฐบาลให้ดูแล กลั่นกรอง ตรวจสอบ หรือกำจัดข่าวปลอม 

✅✅เน้นว่าเป็นข่าวที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง และสร้างการรับรู้ ความเข้าใจในข่าวที่ถูกต้อง เพื่อประชาชนทุกคนให้เข้าใจ และรู้เท่าทันว่าข่าวไหนปลอมข่าวไหนจริง 

ทั้งนี้ จะใช้กลไกการขับเคลื่อนโดยคณะกรรมการประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอมที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประชาชน ที่จะมีคณะผู้ทรงคุณวุฒิ และนักวิชาการ สื่อมวลชน ทำหน้าที่วางแผนกำกับการดำเนินงาน และแผนการเผยแพร่ตามขั้นตอน  การพิจารณาข่าวปลอม การวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารออนไลน์ ข่าวที่เป็นกระแสโลกโซเชียลอย่างรู้เท่าทันของภาครัฐ รวมทั้งมีการติดตาม ตรวจสอบ ข้อมูลที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์และระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมวิเคราะห์ แนวโน้ม และบ่งชี้ข้อมูลที่เป็นข่าวปลอม ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อมูล ผลิตข้อมูลที่ถูกต้อง อีกทั้งจัดส่งข้อมูลต่อหน่วยงานที่เป็นเจ้าของเรื่องประกอบการดำเนินการตามอำนาจ หน้าที่ และข้อสำคัญขั้นตอนการ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องต่อประชาชน และสาธารณชน 


✅✅  อีกบทบาทสำคัญของการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม คือ ส่งเสริมสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ สร้างจิตสำนึก รอบรู้เท่าทันเพื่อให้ประชาชนสามารถปกป้องตนเองจากปัญหาข่าวปลอม ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการพัฒนาเครื่องมือระบบตรวจสอบข่าวปลอม ให้มีประสิทธิภาพ

ข่าวปลอมที่มีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชนโดยตรง เช่น โรคระบาด ภัยพิบัติ เศรษฐกิจสิ่งแวดล้อม ข่าวที่สร้างความแตกแยกในสังคม ข่าวที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสังคม ตลอดจนข่าวที่ทำลายภาพลักษณ์ต่อประเทศ หลัก ๆ จะมี 4 กลุ่ม ดังนี้ 

1 ข่าวกลุ่มภัยพิบัติ (น้ำท่วม แผ่นดินไหว เขื่อนแตก สึนามิ ไฟไหม้) 

2 ข่าวกลุ่มเศรษฐกิจ การเงินการธนาคาร/หุ้น 

3 ข่าวกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายอื่นๆ 
 
4 ข่าวกลุ่มนโยบายรัฐบาล /ข่าวสารทางราชการ/ ความสงบเรียบร้อยของสังคม/ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ 
   
✅✅ด้านการดำเนินงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม 2 มาตรการ
 
มาตรการระยะสั้น เน้นสื่อสารกับผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง ทันท่วงทีและโปร่งใส หลีกเลี่ยง การสร้างผลกระทบในลักษณะที่ก่อให้เกิดความสับสน มีแผนกลยุทธ์การสื่อสารในยามวิกฤติที่สามารถ ตอบโต้กับข่าวปลอมได้ทันท่วงที มีแผนการประสานงานระหว่างหน่วยงาน จัดสร้างเว็บไซต์ที่กำกับและสื่อสารว่าเป็น ข่าวปลอม เพื่อช่วยให้ประชาชนตระหนักและรู้เท่าทันข่าวปลอม อีกทั้งเป็นแหล่งสำหรับประชาชนใช้ในการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงได้ 

มาตรการระยะยาว มีดังนี้ 
1 มุ่งเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีที่ปลอดภัยแก่ประชาชน และสังคม รู้จักวิธีตอบโต้ข่าวปลอม มีความรับผิดชอบต่อสังคมในการเผยแพร่และแบ่งปันข้อมูล บรรจุหลักสูตรการ รู้เท่าทันสื่อในโรงเรียนในการรู้เท่าทันในข่าวปลอม อย่างมีวิจารณญาณไตร่ตรอง 

2 กำหนดความรับผิดชอบกับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์และสื่อมวลชน ภายใต้กรอบความร่วมมือ ส่งเสริมให้มีการยืนยันตัวตนของแหล่งข่าว ใช้ข้อ กฎหมายที่มีอยู่แล้วมาบังคับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ 

3 สนับสนุนให้มีองค์กรกลางทำหน้าที่ในการตรวจสอบความ เป็นจริง สร้างความร่วมมือกับสมาคมผู้ประกอบการสื่อออนไลน์ สำนักข่าวต่าง ๆ ในการตรวจสอบข่าวปลอม เพื่อเพิ่มการเข้าถึงข้อมูลที่มีคุณภาพและข้อมูลที่เป็นจริง สร้างเครื่องมือในการวัดความน่าเชื่อถือในข่าว การสนับสนุน เงินทุนเพื่อเป็นรางวัลแก่สื่อที่มีจริยธรรมในการเสนอข่าวที่ดี 

4 สร้างเครือข่ายในการวิจัยและพัฒนานโยบายและเทคโนโลยี ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการจัดการกับปัญหาการสร้างข่าวปลอมที่เป็น ขบวนการ (Deep Fakes) ที่มีการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือการเรียนรู้เชิงลึก (Deep learning) สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ภาพ วีดีโอได้มากขึ้น

 นายพุทธิพงษ์  กล่าวอีกว่า  เป้าหมายหลัก คือ เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน มีช่องทางเพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ป้องกันการแชร์เนื้อหาข่าวที่ไม่เหมาะสม ตลอดจนสามารถรู้เท่าทันข่าวปลอม โดยกระทรวงดิจิทัลฯ เตรียมพิจารณาจัดทาเครื่องมือเพื่ออำนวยความสะดวกอาทิ web application เว็บไซต์ Anti-Fake News Center มีการทำงานในลักษณะ Online และ Offline เป็นไปตามมาตรฐานสากลของ International Fact Checking Network หรือ IFCN 

✅วิธีการแจ้งแบ่งหมวดการแจ้งตาม 4 กลุ่มหลักตามที่กล่าว ข้างต้น 
ศูนย์ทำหน้าที่รับแจ้งข้อมูลที่ต้องการตรวจสอบ และส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งจะมีกระบวนการ ตรวจสอบข้อเท็จจริง แล้วแจ้งผลการตรวจสอบกลับมา ประชาชนจะสามารถตรวจเช็คข่าวปลอมได้ทันที เบื้องต้น คาดว่าภายใน 2 ชั่วโมง 

✅✅ กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ประสานความร่วมมือในการปฏิบัติงานกับเครือข่ายสังคมออนไลน์รายหลักๆ ได้แก่ Facebook Line และ Google ตลอดจนผู้ประกอบการเครือข่ายมือถือ อาทิ AIS True DTAC และจะเปิดเวที รับฟังความคิดเห็นร่วมกับหน่วยงาน ทุกกระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสากิจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สร้างความเข้าใจ ร่วมกัน อีกทั้งจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อสร้างแนวปฏิบัติร่วมกัน และเป็นการสร้างเครือข่ายอีกทาง 

กระทรวงฯ ยังได้ดำเนินการพัฒนาเว็บไซต์สำหรับบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และประชาชน ต่อการแก้ไขปัญหาข่าวปลอมทางโลกดิจิทัล เพื่อเป็นศูนย์กลางในการตรวจสอบข่าวสาร หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ ข้อมูล หรือข่าวที่มีการตัดต่อข้อมูล เนื้อหา การนำเสนอข้อมูลข่าวสารโดยปราศจากข้อเท็จจริง พร้อมทั้ง ชี้แจงเสนอ ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องและสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับภาคประชารัฐ (หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สมาคม เครือข่ายต่าง ๆ และภาคประชาชน) สามารถตรวจสอบ สอบถาม และร่วมมือในแก้ไขการเผยแพร่ข่าวสาร หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ 
1 พ.ย.นี้ ติดตามช่องทางแจ้งเบาะแส ตรวจสอบข่าว ทาง Application ของกระทรวงฯเร็วๆนี้


✅✅   พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีที่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดตั้ง“ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม”ว่าศูนย์นี้มีหน้าที่ดูแล ตรวจสอบ กำจัดข่าวปลอมที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง เพื่อแก้ไขปัญหาการรับรู้ ข้อมูลข่าวสารผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ วิเคราะห์ตรวจสอบ ทั้งยังรับแจ้งข้อมูลข่าวสารที่นำเสนอไม่ตรงข้อเท็จจริงที่ถูกเผยแพร่ในสังคม ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาข่าวปลอมหลอกลวงประชาชนตามที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้

✅✅   นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยประชาชนในการรับข้อมูลข่าวสาร ตามข่าวที่ปรากฏเรื่องแชร์ลูกโซ่ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญ ในเรื่องการแก้ปัญหาการฉ้อโกง เป็นวาระแห่งชาติ โดยมีกฏหมายปราบปรามผู้กระทำผิด รวมทั้งขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติปราบปรามแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันเฝ้าระวังแก้ปัญหา รับเรื่องราวร้องทุกข์  ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอให้ประชาชนมีสติอย่าหลงเชื่อสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เช่น การให้ดอกเบี้ยสูง ยิ่งในปัจจุบันมีสื่อออนไลน์ที่เป็นช่องทางเข้าถึงประชาชนได้ง่าย 

✅✅   ขอให้ประชาชนรับข้อมูลต่างๆด้วยความรอบคอบ อย่าหลงเชื่อ หากมีข้อสงสัยให้ส่งข้อมูลมาที่  ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และขอให้ประชาชนช่วยกันเพื่อไม่ให้เกิดการฉ้อโกงในสังคมได้อีก รัฐบาลพร้อมที่จะช่วยเหลือป้องกันปัญหาดังกล่าวอย่างเต็มที่

 ที่มา : - 29/10/2562 จำนวนผู้เข้าชม : 161

ข่าวที่เกี่ยวข้อง