การถมทะเลในพื้นที่แหลมฉบัง จะต้องปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมาย ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

นายโสภณ  ทองดี  โฆษกประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนได้คัดค้านแนวคิดการถมทะเลในพื้นที่แหลมฉบัง เพื่อก่อสร้างท่าเรือ–โรงงานปิโตรเคมี โดยจะถมทะเลในพื้นที่แหลมฉบัง เพื่อรองรับท่าเรือและโรงงานดังกล่าวจำนวน 1 – 3 พันไร่ โดยเห็นว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ ว่า ได้สั่งการให้สำนักงานโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ตรวจสอบระเบียบที่เกี่ยวข้องและทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่ดังกล่าวโดยละเอียด

 

ทั้งนี้ การถมทะเลดังกล่าว ซึ่งมีขนาดมากกว่า 300 ไร่ จะต้องจัดทำรายงานการประเมินผล กระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดโครงการกิจกรรม หรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย และคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง ซึ่งจะต้องทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

 

 ซึ่ง EIA ดังกล่าวจะมีคณะกรรมการ ผู้ชำนาญการพิจารณารายงาน โดยคณะกรรมการดังกล่าว จะประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่าง ๆ ร่วมกันพิจารณากลั่นกรองถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สุขภาพประชาชน และกฎระเบียบต่าง ๆ

 

นอกจากนี้ สผ. จะได้สอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอความคิดเห็นประกอบการพิจารณาอีกด้วย สำหรับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ที่กล่าวอ้างว่าจะมีการดำเนินการ ทช. ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้สำรวจพื้นที่บริเวณดังกล่าวเบื้องต้นแล้ว พบว่า มีแนวปะการังที่ใกล้แหลมฉบังมากที่สุดอยู่ที่เกาะสีชัง มีระยะห่างออกไปในทะเลทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 10 กิโลเมตร โดยในพื้นที่หมู่เกาะสีชังมีแนวปะการังประมาณ 271 ไร่ พบมากบริเวณเกาะสีชัง-ยายท้าว 57 ไร่ เกาะขามใหญ่ 67 ไร่ และเกาะท้ายตาหมื่น 77 ไร่ ที่เหลือกระจายใน พื้นที่เกาะใกล้เคียงอีกประมาณ 70 ไร่   ซึ่งโครงการที่จะดำเนินการในบริเวณดังกล่าว จะต้องศึกษาถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับทรัพยากรดังกล่าวด้วย 

  
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มีหน้าที่ปกป้อง คุ้มครอง รักษา อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศเพื่อให้คงอยู่ และสร้างสมดุลในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งตามนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เน้นย้ำการดำเนินการใด ๆ จะต้องมีความถูกต้องของกฎหมาย บูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน และแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน สร้างประโยชน์แก่ประชาชนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ หากโครงการดังกล่าวจำเป็นต้องดำเนินการ ก็จะต้องปฏิบัติตาม ระเบียบและกฎหมายที่กำหนด โดย ทส. จะได้พิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้อง ต่อไป

ด้านนางสาวสมจิณณ์  พิลึก  ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้องว่า การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้ดำเนินการตามมติคณะกรรมการขับเคลื่อนและประสานงานการลงทุน ให้ กนอ. ศึกษาความเหมาะสมด้านเทคนิค (Preliminary Technical Feasibility Study) และการจัดทำแนวคิดการออกแบบเบื้องต้น (Conceptual Design) ในการพัฒนาพื้นที่บริเวณแหลมฉบังให้เป็นพื้นที่สำหรับรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมของพื้นที่ ซึ่งจะครอบคลุมถึงปัจจัยผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีที่มีความเป็นไปได้และเหมาะสมกับทำเลที่ตั้ง 

 

ทั้งนี้ จะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นในการดำเนินโครงการ โดยเฉพาะในประเด็นผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โดยต้องให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อประกอบการพิจารณาการวางแผนการดำเนินโครงการอย่างรอบคอบรอบ และเป็นไปตามข้อกำหนด กฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และต้องเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย 12 ประเภท ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยจะต้องใช้หลักเกณฑ์การออกแบบและการบริหารจัดการตามแนวคิดอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ รวมถึงต้องมีการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไข และมาตรการการติดตามตรวจสอบ ตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยเสนอคณะกรรมการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ตลอดจนคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบดำเนินโครงการตามกฎหมาย ก่อนการดำเนินโครงการต่อไป

 

 ที่มา : - 26/08/2562 จำนวนผู้เข้าชม : 215

ข่าวที่เกี่ยวข้อง